ไขทุกข้อสงสัย ‘ส้นเท้าแตก’ เกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไรได้บ้าง ?!

ผิวหนังบริเวณส้นเท้าที่แตกระแหงจนสร้างความรำคาญใจในการใช้ชีวิต ในระยะแรกอาจเป็นเพียงความแห้งกร้านของผิวหนัง แต่หากปล่อยไว้นานเข้าจากรอยแตกตื้น ๆ ก็อาจจะขยับขยายจนกลายเป็นความเจ็บปวดที่ทำให้ส้นเท้าเริ่มบวมแดงขึ้นได้ หากคุณกำลังประสบปัญหา หรือไม่อยากให้ความรู้สึกปวดแสบเกิดขึ้นอย่างไม่ทันไหวตัวทันหละก็เรามาดูกันว่าส้นเท้าที่แตกกร้านนั้นมีสาเหตุเกิดมาจากอะไร แล้วจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง!

ส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร ?

  • ร่างกายขาดน้ำ ผิวขาดความชุ่มชื่น
  • ผิวแห้งกร้านจากการอาบน้ำอุ่น หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวกร้าน
  • สวมรองเท้าไม่พอดีกับขนาดเท้า 
  • ใช้เท้าเปล่าสัมผัสกับผิวสัมผัสที่แข็งบ่อยครั้ง
  • น้ำหนักตัวที่มากจนเกินไปทำให้รองรับน้ำหนักมากเกินไปด้วย
  • แพ้สารเคมีบางชนิดที่เท้าสัมผัสเข้าไปโดยตรง
  • อายุที่มากขึ้นทำให้ร่างกายขาดคอลาเจนและความชุ่มชื่นของผิว
  • กรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันตามลักษณะของร่างกาย

ส้นเท้าแตก ปล่อยไว้เองหายไหม รักษาอย่างไรให้ทันเวลา ?

ผิวหนังที่แห้งตึงเพียงแต่ทาครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็คงหายขาด แต่อาจใช้ไม่ได้กับอาการส้นเท้าแตกกร้านที่เริ่มหลุดลอกออกมาเป็นแผ่น และยังทิ้งร่องรอยเลือดซิบ ๆ ไว้ที่รอยแตกนั้นอีกด้วย ความรุนแรงของอาการส้นเท้าแตกหากถามว่าสามารถทาครีมบำรุงผิวทั่วไป แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้หายเองจะเป็นไปได้ไหม ? 

คำตอบ เพื่อการดูแลรักษาที่ตรงจุดก็จำเป็นจะต้องตอบว่าเป็นไปไม่ได้เลย เพราะในภาวะที่ส้นเท้าเริ่มมีรอยลึกและเลือดไหลขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างการสูญเสียความรู้สึกบริเวณส้นเท้า ติดเชื้อในเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือมีหนองได้ ดังนั้นการรักษาควรจะเริ่มตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลรักษาอาการส้นเท้าแตกโดยเฉพาะมิใช่ครีมบำรุงผิวพรรณทั่วไป หากรุนแรงไปกว่านั้นจะต้องเข้ารับการดูแลรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผ่าตัดเนื้อตายออก และทานยาลดความเจ็บปวด รวมถึงทำให้ส้นเท้านุ่มลง

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกได้ว่าอาการส้นเท้าแตกนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะละเลยไปได้ และไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยเรามาดูวิธีการที่จะทำให้เจ้าอาการส้นเท้าไม่มาเยือนเท้านุ่ม ๆ ของเรากันดีกว่า!

เคล็ด (ไม่) ลับวิธีการดูแลส้นเท้าแตกด้วยตัวเอง 

วิธีการ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ คือ วิธีการรักษาส้นเท้าแตกไม่ให้มากวนใจเราตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะเมื่อได้ลองเป็นแล้วสิ่งนี้จะสร้างความขุ่นมัวในแต่ละวันของการใช้ชีวิตอย่างที่จินตนาการไม่ถูกเลยทีเดียว สำหรับเคล็ดไม่ลับการดูแลส้นเท้าแตกจึงเป็นการตัดสาเหตุที่จะทำให้เกิดอาการส้นเท้าแตก และหมั่นคอยบำรุงดูแลส้นเท้าให้ราวกับว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะละเลยไปไม่ได้ วิธีการดังต่อไปนี้คือสูตรสำเร็จเคล็ดไม่ลับที่จะทำให้ผิวของคุณนุ่มมเหมือนเบบี๋ 

วิธีที่ 1 เปลือกกล้วยหอม 

วิธีจากธรรมชาติที่อาจจะง่ายต่อการซื้อหา แต่ยากต่อการรักษาความสะอาดด้วยต้องใช้เปลือกกล้วยขยะที่กำลังจะทิ้ง แต่วิธีนี้ก็สามารถช่วยรักษาส้นเท้าแตกเพียงถูบริเวณส้นเท้าทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที นี้สัปดาห์ละ 3 ครั้งติดต่อกัน เพราะเปลือกกล้วยอุดมไปด้วยวิตามิน B2, B6, B12, PP, E และ A ซึ่งจำเป็นต่อผิว ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น เนียนนุ่มและกระจ่างใส 

วิธีที่ 2 ผงฟู และหินขัดเท้า 

วิธีนี้อาจทำได้ไม่บ่อยครั้งนัก และต้องระมัดระวังในการทำอย่างถนอมมือด้วยฤทธิ์กัดกร่อนจากผงฟู และความกระด้างของหินขัด ถ้าไม่ระวังจะทำให้เท้าเจ็บหรือแสบได้ อาจทำได้สัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วและยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบอีกด้วย แถมขจัดกลิ่นเท้าได้อีกด้วย

วิธีที่ 3 น้ำมันพืช

หากมองข้ามเรื่องกลิ่นที่อาจกวนใจในยามค่ำคืน น้ำมันพืชสามารถใช้ได้ทุกวันด้วยมีสรรพคุณของน้ำมันพืชส่วนใหญ่มีวิตามิน เช่น Pro vitamin A , D และ E ซึ่งช่วยบำรุงผิวและสร้างเซลล์ใหม่ได้ แต่แน่นอนว่าจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งกว่าผลลัพธ์จะแสดงให้เห็นชัดเจน

วิธีที่ 4 สปาเท้า

วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่ง่ายดายอันดับต้น ๆ เพราะแน่นอนว่าการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลนับเป็นเรื่องดี หากแต่อาจจะต้องมีเวลา และค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งที่จะต้องเสียไป จึงจะได้รับการดูแลอย่างครบวงจรจึงเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาและกำลังทรัพย์ที่จะทำอย่างสม่ำเสมอมากพอ

วิธีที่ 5 ถุงลอกเท้า 

วิธีที่ง่ายที่สุดคงคล้ายกับการบำรุงผิวหน้า เพราะครบ จบ ในแผ่นเดียวเพราะถุงลอกเท้าเปรียบเสมือนมาร์กชีตกลิ่นหอม ๆ ที่อุดมไปด้วยสารสกัดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว ให้ร่อนออกมาเพียงฉีกซอง สวมมาร์กเท้าคล้ายถุงเท้า แล้วล้างออกเท่านี้ภายในไม่เกิน 1-2 สัปดาห์เซลล์ผิวก็จะผลัดขึ้นมาใหม่ทำให้เนียนนุ่มได้ไม่กี่ขั้นตอน ซึ่งใช้เป็นประจำเพียงเดือนละ 1 ครั้งก็ช่วยทำให้ส้นเท้าได้รับการดูแลประดุจทำสปาได้เลยทีเดียว

จากบรรดา 5 วิธีสูตรสำเร็จเคล็ดไม่ลับ หากจะให้แนะนำเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด และง่ายดาย ‘ถุงลอกเท้า’ อาจเป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งมือวางอันดับ 1 เรื่องถุงลอกเท้าที่อยากให้คุณได้ลองพิสูจน์ อย่าลืมที่จะนึกถึงถุงลอกเท้า จาก Baby Skin ที่จะทำให้คุณลืมการทำสปา และหินขัดเท้า ลืมการตระเตรียมวัตถุดิบที่ยุ่งยาก พร้อมผลลัพธ์ที่ดีภายใน 2 สัปดาห์!